HOT NEWS ::

สร้างวัฒนธรรมในองค์กรได้ใน 5 ขั้นตอน


ลงวันที่ :: 19 ธันวาคม 2557 จำนวนผู้เข้าดู :: 477
วัฒนธรรมในองค์กรนั้นเปรียบเสมือนการปลูกฝังแนวคิดและทัศนคติต่างๆ ให้กับผู้คนในองค์กร เพื่อให้คนในองค์กรมีแนวคิดในการทำงานที่คล้ายคลึงกันเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันในองค์กร

 

วัฒนธรรมในองค์กรนั้นเปรียบเสมือนการปลูกฝังแนวคิดและทัศนคติต่างๆ ให้กับผู้คนในองค์กร เพื่อให้คนในองค์กรมีแนวคิดในการทำงานที่คล้ายคลึงกันเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันในองค์กร อย่างบริษัทชื่อดังอย่าง Google ก็มีวัฒนธรรมในองค์กรเพื่อให้พนักงานในองค์กรมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยจัดให้มีระบบสันทนาการแบบเต็มรูปแบบทั้งกีฬาและความบันเทิงเพื่อให้พนักงานได้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายจนมีไอเดียดีๆ มาใช้ในการทำงานมากขึ้น หรือบริษัทบางแห่งก็อาจมีกิจกรรมต่างๆ ทุกสัปดาห์เพื่อเกิดบรรยากาศแห่งความสุขและให้พนักงานนั้นรู้สึกดีที่เป็นส่วนหนึ่งในองค์กรมาขึ้น  ซึ่งจะว่าไปแล้ววัฒนธรรมในองค์กรเหล่านี้ก็ไม่ได้แตกต่างกับวัฒนธรรมระดับภูมิภาคหรือระดับประเทศมากนัก เพราะทั้งหมดนี้คือการสร้าง ความเชื่อ สร้างวิถีการใช้ชีวิต สร้างเรื่องราว สร้างแนวคิด สร้างจริยธรรมในการทำงานไม่ต่างจากวัฒนธรรมโดยทั่วไปเลย ซึ่งทาง Incquity จึงขอจัดลำดับ 5 ขั้นตอนในการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรให้ดังนี้

1.สร้างวัฒนธรรมที่เชื่อมกับองค์กร

อันดับแรกเลยคือเราต้องหาให้เจอก่อนว่าวัฒนธรรมในองค์กรแบบไหนคือวัฒนธรรมในแบบที่เราต้องการ และวัฒนธรรมที่เราคิดไว้นั้นจะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างไรบ้าง เพราะหลายครั้งที่บางธุรกิจตัดสินใจสร้างวัฒนธรรมองค์กรโดยลืมคำนึงถึงเป้าหมายว่าเมื่อทำไปแล้วจะส่งเสริมธุรกิจได้อย่างไร และมีประโยชน์ยังไงบ้าง ซึ่งนอกจากปัจจัยเรื่องประโยชน์ที่ตามมาแล้วนั้นต้องคำนึงด้วยว่าวัฒนธรรมที่คิดไว้นั้นจะสามารถปรับให้เข้ากับองค์กรที่เป็นอยู่ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากบางองค์กรมีพนักงานที่มีแนวคิดหรือทัศนคติที่ฝังรากลึกมานาน หากจะให้เปลี่ยนไปในทางตรงข้ามทันทีก็คงเป็นเรื่องยาก ทำให้เราต้องวิเคราะห์ถึงสภาพองค์กรแบบเดิมก่อนว่าเป็นอย่างไร และมีวัฒนธรรมองค์กรไปทางไหน เพื่อที่จะค่อยๆ ปรับแนวทางให้ได้วัฒนธรรมใหม่ที่เราต้องการ

2.มีเป้าหมายชัดเจนอธิบายไว้

เนื่องจากขึ้นชื่อว่าเป็นวัฒนธรรมในองค์กรจึงแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำเองด้วยตัวคนเดียวได้ ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการหรือหัวหน้านั้นจะต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่แน่นอน และมีแนวทางการสร้างวัฒนธรรมที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นแล้วพนักงานต่างๆ ก็จะหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมเราถึงควรต้องมีวัฒนธรรมในองค์กรและทำไมพวกเขาถึงควรต้องปฏิบัติตาม ดังนั้นเราจึงควรมีรายละเอียดของเป้าหมาย พร้อมทั้งการวัดผลที่ตั้งไว้ในแต่ละระดับเพื่อให้พนักงานทุกๆ คนได้เห็นว่าแนวทางการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรนั้นมีประโยชน์จริงๆ รวมถึงคอย

3.จ้างคนให้นึกถึงทัศนคติ

หลังจากมีการเลือกวัฒนธรรมที่อยากได้และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ลำดับต่อมาที่ควรเริ่มดำเนินการเพื่อให้วัฒนธรรมนั้นคงอยู่กับองค์กรต่อไปในอนาคตก็คือในการว่าจ้างพนักงานคนต่อไปจากนี้ ควรที่จะมีการเลือกบุคคลที่มีความสามารถและทัศนคติที่ใกล้เคียงกับวัฒนธรรมที่เราตั้งไว้ เพราะวัฒนธรรมองค์กรคงดำเนินต่อไปได้ยากหากคนที่รับเข้ามาใหม่แต่ละคนนั้นมีความคิดที่ไปกันคนละทิศทาง ซึ่งเราสามารถดูทัศนคติของผู้ที่มาสมัครเบื้องต้นได้จากการสัมภาษณ์ โดยการดูอารมณ์และวิธีการตอบคำถามของพวกเขา ซึ่งแน่นอนว่าเราก็ควรจะเตรียมคำถามที่เหมาะสมและต้องนำมาใช้ชี้วัดผู้มาสัมภาษณ์ได้ด้วยว่ามีลักษณะแนวคิดตรงกับที่เราต้องการมากน้อยเพียงใด และควรให้ความสำคัญกับเรื่องทัศนคติให้มากกว่าทักษะในการทำงานด้วย เนื่องจากทักษะในการทำงานนั้นยังสามารถใช้การฝึกฝนกันได้แต่เรื่องทัศนคติในการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่เปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมในองค์กรได้ยากกว่าถ้าหากมีความแตกต่างกันจนเกินไป

4.คอยแนะแนวทางอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้เราอาจจะคิดว่าวัฒนธรรมในองค์กรนั้นมีรายละเอียดและเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจเพราะในบางครั้งวัฒนธรรมในองค์กรก็อาจมีความซับซ้อนมากกว่านั้นจนหลายๆ คนอาจหลงไปจากแนวที่ตั้งไว้อย่างง่ายดาย ซึ่งทั้งนี้ในฐานะผู้ประกอบการหรือหัวหน้านั้นจึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลพนักงานแต่ละคนว่ายังดำเนินรอยตามวัฒนธรรมมาถูกทางหรือไม่ เพราะในบางครั้งที่เราปล่อยละเลยวัฒนธรรมเหล่านี้ไป ก็จะทำให้แนวคิดที่ตั้งไว้แต่แรกนั้นค่อยๆ หายไปจนแต่ละคนในองค์กรกลับมามีความคิดที่กระจัดกระจายกันเหมือนเดิม

5.หมั่นดูผลตอบรับจากพนักงาน

ซึ่งเพื่อให้แนวทางการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรนั้นดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางผู้ประกอบการหรือหัวหน้าควรจะมีการหมั่นคอยวัดผลถึงความเปลี่ยนแปลงของผู้คนในทีมอย่างสม่ำเสมอว่าผู้คนในทีมนั้นสามารถดำเนินการทำงานใกล้เคียงกับวัฒนธรรมที่ตั้งไว้ในองค์กรมากน้อยเพียงใด และมีผลที่ตามมาดีขึ้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งนอกจากจะมีการวัดผลแล้วยังต้องมีการสำรวจผลตอบรับของบรรดาพนักงานด้วยว่าพวกเขานั้นคิดอย่างไรกับวัฒนธรรมที่มีอยู่ตอนนี้และส่วนใดที่อยากปรับปรุงเพื่อให้ดำเนินการทำงานให้มีประสิทธิภาพให้ได้มากกว่าเดิมหรือไม่ หรือมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในองค์กรมากน้อยเพียงใด ซึ่งในส่วนนี้เราก็ควรที่จะลงมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับพนักงานเหล่านั้นเพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานให้เข้ากับวัฒนธรรมในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขในการทำงานอยู่เสมอ

 • • •

สุดท้ายจะว่าไปแล้ววัฒนธรรมในองค์กรนั้นก็เปรียบเสมือนปัจจัยหนึ่งในองค์กรที่จะเป็นศูนย์รวมแนวทางการทำงานแนวคิดและทัศนคติของพนักงานเอาไว้เพื่อให้ไปสู่ทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานและเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กรให้เป็นที่น่าจดจำและตอกย้ำหัวใจขององค์กรมากขึ้น ซึ่งจากทั้ง 5 ข้อนี้จะเห็นได้ว่าการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรจริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช้เรื่องง่ายนักเพราะต้องมีการคิดมาอย่างดีก่อนที่จะกำหนดวัฒนธรรมที่เข้ากับองค์กรและนอกจากนี้ยังต้องมีการดำเนินการปรับทัศนคติผู้คนในองค์กรและผู้คนใหม่ๆ ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรนอกจากนี้ยังต้องคอยหมั่นดูผลตอบรับในอนาคตด้วย แต่ถึงแม้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่หากทำสำเร็จได้แล้วล่ะก็จะเป็นผลดีต่อองค์กรในระยะยาวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ที่มา : http://incquity.com

 

 

ผู้เขียน :: ปฐมพงษ์